มะเร็งผิวหนังคืออะไร?
โดย : ดร. ศิรพงศ์ รักต์เธียรธรรม   เมื่อวันที่ : พฤหัสบดี ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560   


  

มะเร็งผิวหนังคืออะไร?

มะเร็งผิวหนัง Skin cancer
สุขภาพ

มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง เกิดขึ้นจากความผิดปกติในการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ของเซลล์ผิวหนังจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โรคมะเร็งผิวหนังเป็นโรคที่พบในประเทศไทยได้น้อย ทั้งนี้จากสถิติล่าสุดในปี พ.ศ.2556 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เป็นเพศชายน้อยมาก ในขณะที่ในเพศหญิงพบเพียง 1.91% จากผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่เข้ารับบริการทั้งหมด 3,925 คนทั่วประเทศ ทั้งนี้มะเร็งผิวหนังแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

 

มะเร็งผิวหนังประเภทที่ไม่ใช่เมลาโนมา (Non-Melanoma) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย ๆ คือ

 

มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma-BCC) เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเบซัลเซลล์ จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

มะเร็งผิวหนังชนิดสะความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma-SCC) เกิดจากความผิดปกติของสะความัสเซลล์ ส่งผลให้เกิดการผ่าเหล่าและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

มะเร็งผิวหนังประเภทเมลาโนมา (Melanoma) ได้แก่

มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Malignant melanoma) คือมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติ ของเซลล์เม็ดสีเมลานิน (Melanin) บนร่างกาย เป็นมะเร็งชนิดที่รุนแรงกว่าแต่พบได้น้อยกว่าประเภทแรก

มะเร็งผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดคือ มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ (BCC) ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงน้อยกว่ามะเร็งผิวหนังชนิดอื่น ๆ

มะเร็งผิวหนัง

 

อาการของมะเร็งผิวหนัง

 

โรคมะเร็งผิวหนังมีอาการที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณ แขน ขา มือ ใบหน้า หรือบริเวณที่ต้องถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ทั้งนี้อาการของมะเร็งผิวหนังจะแตกต่างกันตามชนิดของมะเร็งผิวหนังดังนี้

 

มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma-BCC) อาการที่เห็นได้ชัดคือจะมีตุ่มเนื้อสีชมพู แดง มีลักษณะผิวเรียบมันคล้ายสีมุก และจะมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ กระจายอยู่บริเวณตุ่มเนื้อ บางครั้งก็มีลักษณะเป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย นอกจากนี้ตุ่มเนื้อจากมะเร็งชนิดนี้จะโตช้า และจะโตไปเรื่อย ๆ จนแผลแตกในที่สุด อาจทำให้มีเลือดออกและกลายเป็นแผลเรื้อรัง

มะเร็งผิวหนังชนิดสะความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma-SCC) อาการของมะเร็งชนิดนี้จะเริ่มต้นจากตุ่มเนื้อสีชมพู หรือแดง และด้านบนอาจมีลักษณะเป็นขุย หรือตกสะเก็ด เมื่อสัมผัสบริเวณแผลจะรู้สึกแข็ง เลือดออกง่าย แผลจะค่อย ๆ ขยายขนาดไปเรื่อย ๆ และกลายเป็นแผลเรื้อรังในที่สุด

มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) เนื้อร้ายที่ขึ้นบนผิวหนังของมะเร็งชนิดนี้จะมีลักษณะคล้ายกับไฝหรือขี้แมลงวัน แต่จะโตเร็ว มีรูปร่างผิดปกติจากไฝหรือขี้แมลงวันธรรมดาที่มักจะมีลักษณะกลม หรือเป็นวงรี ขอบเขตไม่เรียบและอาจมีสีไม่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ที่บริเวณแผลอาจตกสะเก็ดหรือมีอาการเลือดออกด้วยเช่นกัน

สาเหตุของมะเร็งผิวหนัง

สาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง คือการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอภายในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เซลล์ผิวหนังเกิดความผิดปกตินั้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด หรือแสงสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในเตียงอาบแดดเป็นต้น ทั้งนี้แสงแดดไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย อาทิ การสัมผัสกับสารพิษอันตรายเป็นเวลานาน ๆ หรือระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ โดยปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังมีดังนี้

 

มีผิวขาวซีด เนื่องจากผิวหนังมีเม็ดสีน้อยกว่า

อยู่กลางแดดเป็นเวลานานจนเกินไป โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรือทาครีมกันแดด

อาศัยอยู่ในแถบที่มีแสงแดดจัด หรืออยู่ในที่สูง

มีไฝหรือขี้แมลงวันมากผิดปกติ

ในครอบครัวมีประวัติว่าเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือผู้ป่วยเคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน

มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นผู้ติดเชื้อ HIV

ได้รับรังสีที่เป็นอันตรายติดต่อกันนาน ๆ

มีประวัติการถูกสารเคมี เช่น สารหนู หรือสัมผัสกับสารเคมีเป็นเวลานาน ๆ

การวินิจฉัยมะเร็งผิวหนัง

การตรวจเบื้องต้นด้วยตนเอง การวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังด้วยตัวเองสามารถทำได้ด้วยการสังเกตความผิดปกติของผิวหนัง หากมีตุ่มเนื้อที่ดูผิดปกติ หรือมีแผลเรื้อรังบริเวณผิวหนังที่มักจะโดนแดดบ่อย ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจให้ชัดเจน

 

การวินิจฉัยโดยแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยจากภายนอกด้วยการสังเกตความผิดปกติของผิวหนังอีกครั้ง หากบริเวณที่ผิดปกตินั้นมีความน่าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง แพทย์จะมีการนำตัวอย่างผิวหนังบริเวณที่ต้องสงสัยไปทำการตรวจด้วยวิธีทางพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง ทั้งนี้ หากแพทย์พบว่าตัวอย่างผิวหนังที่ตัดไปตรวจนั้นเป็นเนื้อร้าย แพทย์อาจให้เอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์ว่ามะเร็งผิวหนังที่เป็นนั้นอยู่ในระยะใด ทั้งนี้ในการแบ่งระยะของโรคมะเร็งผิวหนังจะคล้ายคลึงกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะมีการแบ่งของระยะมะเร็งออกเป็น 4 ระยะ โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ขนาดของก้อนเนื้อมะเร็ง และตรวจวินิจฉัยว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น ๆ หรือไม่ แล้วจึงจะระบุได้ว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งในระยะใด

 

นอกจากระยะของมะเร็งที่กล่าวไปข้างต้น ก็ยังมีอาการทางผิวหนังบางอย่างที่หากตรวจพบแล้ว แพทย์อาจจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในระยะก่อนมะเร็ง (Precancer) และต้องทำการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการเหล่านี้มีความเสี่ยงที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ โดยอาการทางผิวหนังที่ควรระมัดระวังมีดังนี้

 

เกิดแผลตกสะเก็ดจากการโดนแสงแดดติดต่อกันบ่อย ๆ เป็นเวลานาน รวมถึงควรสังเกตผิวบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะริมฝีปากล่างที่แห้ง ตกสะเก็ด

ตุ่มนูน ที่มีลักษณะหนาแข็ง โดยผิวหนังบริเวณฐานของตุ่มจะแดง

มีแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย

มีไฝหรือขี้แมลงวันรูปร่างผิดปกติ มีขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือมีสีที่แตกต่างจากทั่วไป



เข้าชม: : 37





Re หัวข้อ :
รายละเอียด :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :

 
@Copyright ? 2008-2015 www.safety-stou.com
ชมรมอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มสธ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้ป่วย